OEM กับ ODM ต่างกันอย่างไร? เรื่องที่ฝ่ายจัดซื้อควรรู้ก่อนพัฒนาสินค้า

ตัวอย่าง Power Bank สำหรับสินค้าพรีเมียมองค์กร

OEM และ ODM เป็นคำที่เจอบ่อยในงานจัดหาสินค้าและพัฒนาสินค้า Custom แต่การเลือกแบบไหนควรเริ่มจากระดับการออกแบบที่ต้องการ ปริมาณ งบประมาณ และระยะเวลา

OEM คืออะไร?

โดยทั่วไป OEM เหมาะกับกรณีที่ลูกค้ามี Specification, แนวคิด หรือรูปแบบสินค้าที่ค่อนข้างชัดเจน และต้องการให้ผู้ผลิตดำเนินการตามข้อกำหนดนั้น ระดับการพัฒนาอาจสูงกว่าและต้องมีการประสานตัวอย่าง วัสดุ สี ขนาด และรายละเอียดการผลิตอย่างเป็นระบบ

ODM คืออะไร?

ODM มักเริ่มจากสินค้าหรือโครงสร้างการผลิตที่โรงงานมีอยู่แล้ว แล้วนำมาปรับสี วัสดุ Branding Packaging หรือ Feature บางส่วน เหมาะกับโครงการที่ต้องการความรวดเร็วและไม่จำเป็นต้องสร้างสินค้าใหม่ทั้งหมด

เลือกแบบไหนดี?

ไม่มีแบบใดดีกว่ากันทุกกรณี ควรพิจารณา จำนวนขั้นต่ำ งบประมาณ ระดับการ Custom ระยะเวลาพัฒนา ค่า Tooling ความเสี่ยงด้านการผลิต และกำหนดส่ง

ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนคุย Supplier

  • Reference หรือประเภทสินค้าที่ต้องการ
  • จำนวนโดยประมาณ
  • วัสดุ / ฟังก์ชัน / ขนาดที่ต้องการ
  • สีและ Branding
  • Packaging
  • Target Budget
  • วันใช้งานหรือวันส่งมอบ
  • ข้อกำหนดด้านคุณภาพหรือการตรวจรับ

บทบาทของ Sourcing Partner

Sourcing Partner ช่วยแปลงโจทย์ทางธุรกิจให้เป็นข้อกำหนดที่ Supplier เข้าใจ เปรียบเทียบทางเลือก ประสาน Sample และลดช่องว่างการสื่อสารระหว่างฝ่ายจัดซื้อกับผู้ผลิต