งาน Renovation ในโรงพยาบาลมีความเสี่ยงต่างจากอาคารทั่วไป เพราะอาคารยังเปิดให้บริการ มีผู้ป่วยที่เคลื่อนย้ายได้จำกัด และระบบป้องกันอัคคีภัยบางส่วนอาจถูกกระทบชั่วคราว การบริหาร Fire & Life Safety จึงต้องเริ่มก่อนงานก่อสร้าง ไม่ใช่รอให้พบปัญหาหน้างาน
ทำ Pre-construction Risk Assessment
ก่อนเริ่มงานควรประเมินว่าพื้นที่ก่อสร้างกระทบเส้นทางหนีไฟ Fire Barrier ระบบตรวจจับ/แจ้งเหตุ ระบบดับเพลิง พื้นที่พักผู้ป่วย หรือการเข้าถึงของทีมฉุกเฉินหรือไม่ การประเมินนี้ควรมีทั้ง Facility, Safety, Infection Control, Clinical User และผู้รับเหมาเข้าร่วม
Interim Measures ต้องสัมพันธ์กับความเสี่ยงจริง
หากระบบปกติถูกลดประสิทธิภาพชั่วคราว องค์กรควรกำหนดมาตรการทดแทนตามระดับความเสี่ยง เช่น เพิ่มการตรวจพื้นที่ เพิ่มการเฝ้าระวัง จำกัดกิจกรรมบางประเภท หรือปรับวิธีการอพยพ ทั้งนี้รายละเอียดต้องสอดคล้องกับกฎหมายและผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง
Contractor Control เป็นส่วนหนึ่งของ Fire Safety
งานเชื่อม ตัด เจาะ หรือกิจกรรมที่มีประกาย/ความร้อนต้องมีการควบคุมที่ชัด รวมถึงการจัดเก็บวัสดุ การรักษาทางเดิน และการป้องกันไม่ให้พื้นที่ก่อสร้างรบกวนระบบอาคารเกินขอบเขตที่วางแผนไว้
เส้นทางอพยพต้องใช้งานได้จริงตลอดเวลา
แผนผังที่ถูกต้องบนกระดาษอาจไม่เพียงพอหากหน้างานมีวัสดุกีดขวาง ประตูถูกปิด หรือป้ายชั่วคราวไม่ชัด ควรมีรอบตรวจหน้างานและให้ทีม Clinical ที่ใช้พื้นที่รับทราบการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง
Patient Movement ต้องถูกคิดร่วมกับ Facility Plan
ผู้ป่วยบางกลุ่มไม่สามารถอพยพได้รวดเร็ว โรงพยาบาลจึงควรทบทวนวิธีเคลื่อนย้าย จุดพัก และลำดับการตอบสนองให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ระหว่างก่อสร้าง ไม่ใช่อ้างอิงเฉพาะแผนในสภาวะปกติ
เมื่อจบแต่ละ Phase ต้อง Re-verify
การรื้อหรือคืนระบบควรมีการตรวจยืนยันก่อนเปิดใช้งานพื้นที่ รวมถึงทบทวนว่ามี Punch List หรือ Temporary Control ใดที่ยังค้างอยู่ เพื่อไม่ให้มาตรการชั่วคราวกลายเป็นสภาพถาวรโดยไม่มีผู้ติดตาม
ICORP มีขอบเขตทั้ง Facility Maintenance, Renovation Coordination, Project Handover และ Healthcare Accreditation Readiness จึงสามารถช่วยเชื่อมความเสี่ยงหน้างานกับระบบคุณภาพและความปลอดภัยของโรงพยาบาลได้
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นแนวทางเชิงบริหาร ไม่แทนข้อกำหนดกฎหมายอาคาร มาตรฐานอัคคีภัย หรือคำแนะนำจากวิศวกร/ผู้เชี่ยวชาญที่รับผิดชอบโครงการ
