HEALTHCARE & ACCREDITATION · ICORP
ยืนยันตัวผู้ป่วยสองข้อมูล: ออกแบบจุดตรวจให้ตรงคนก่อนเริ่มบริการ
ทำไมสายรัดข้อมืออย่างเดียวไม่ใช่คำตอบ และควรตรวจอย่างไรเมื่อผู้ป่วยสื่อสารไม่ได้
ความเสี่ยงอยู่ที่การจับคู่คนกับบริการ
ข้อมูลผู้ป่วยที่ถูกต้องในระบบยังไม่เพียงพอ หากนำไปจับคู่กับคนผิด WHO เสนอให้ใช้ข้อมูลระบุตัวบุคคลอย่างน้อยสองข้อมูล เช่น ชื่อและวันเกิด ก่อนให้การดูแล และไม่ใช้หมายเลขห้องเป็นข้อมูลยืนยันตัวบุคคล [1] ประเด็นจึงไม่ใช่เพียงมีสายรัดข้อมือ แต่ต้องตรวจให้ตรงกับบริการที่จะทำจริง
แยกข้อมูลระบุตัวออกจากสื่อที่บันทึก
คำอธิบายของ Joint Commission แยกชัดว่า สายรัดข้อมือเป็นสื่อที่เก็บข้อมูล ส่วนชื่อหรือหมายเลขประจำตัวเป็นข้อมูลระบุบุคคล และองค์กรต้องกำหนดกระบวนการสำหรับผู้ป่วยที่สื่อสารไม่ได้หรือยังไม่ทราบชื่อ [2] เอกสารนี้เป็นคำอธิบายของ Joint Commission สหรัฐฯ ไม่ใช่การอ้างเลขข้อกำหนด JCI หรือ HA
ข้อเสนอการนำไปใช้ในองค์กร
ทีม ICORP เสนอให้ทบทวนจุดเสี่ยงทีละขั้น ตั้งแต่ลงทะเบียน ให้ยา เก็บสิ่งส่งตรวจ จนถึงส่งต่อ กำหนดข้อมูลคู่เดียวกันในแต่ละบริบท และซ้อมสถานการณ์ชื่อคล้ายกัน สายรัดอ่านไม่ได้ และผู้ป่วยฉุกเฉินไม่ทราบชื่อ ให้พนักงานทราบว่าจะหยุดตรวจสอบและติดต่อใครก่อนดำเนินการต่อ
ตรวจความน่าเชื่อถือของกระบวนการ
ตัวอย่างการติดตามคือสุ่มสังเกตการจับคู่ข้อมูลจริง บันทึกกรณีสายรัดหรือเอกสารไม่ตรงกัน และทบทวนเหตุการณ์เกือบพลาด แยกผลตามหน่วยงานหรือช่วงงานเพื่อหาจุดอ่อน แนวทางนี้เป็นข้อเสนอการปรับปรุงงาน ไม่ใช่เกณฑ์ผ่านการรับรองที่ประกาศโดยหน่วยงานมาตรฐาน
บทความเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาระบบคุณภาพ สังเคราะห์จากเอกสารอ้างอิงด้านล่าง ข้อเสนอการนำไปใช้เป็นแนวทางเชิงบรรณาธิการ ต้องปรับกับบริบทและนโยบายของสถานพยาบาล ไม่ใช่การตีความข้อกำหนด JCI/HA อย่างเป็นทางการหรือแนวทางรักษาผู้ป่วยรายบุคคล
เอกสารอ้างอิง
ICORP CONSULTING
บริการที่ปรึกษา JCI และ HA
ประเมินช่องว่าง พัฒนาระบบคุณภาพ และเตรียมความพร้อมของทีมงาน
ดูบริการที่ปรึกษา →