HEALTHCARE & ACCREDITATION · ICORP

Credentialing กับ Privileging: ตรวจคุณวุฒิแล้ว ยังต้องกำหนดขอบเขตงานคลินิก

แยกการยืนยันคุณวุฒิ การอนุมัติขอบเขตงาน และการติดตามผลงาน โดยไม่ปะปนข้อกำหนดสหรัฐฯ กับ JCI/HA

← บทความ Healthcare ทั้งหมด

เหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญ

แฟ้มใบอนุญาตครบไม่ได้ตอบทั้งหมดว่าบุคลากรควรได้รับอนุญาตทำหัตถการใด ในตัวอย่างของ Joint Commission สหรัฐฯ การตรวจจากแหล่งต้นทางหมายถึงการยืนยันข้อมูลกับผู้ออกคุณวุฒิหรือแหล่งที่เข้าเกณฑ์ ไม่ใช่อาศัยสำเนาเอกสารเพียงอย่างเดียว [1] องค์กรจึงต้องแยกการรวบรวมเอกสารออกจากการยืนยันข้อมูลและการตัดสินใจด้านขอบเขตงาน

หลักฐานและขอบเขตที่ควรเข้าใจ

เอกสารอบรม Joint Commission สหรัฐฯ แยกการเก็บข้อมูลคุณวุฒิและความสามารถ ออกจากการตัดสินใจให้ clinical privileges รวมถึงการติดตามผลงาน [2] แนวคิด OPPE ใช้ข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพดูแนวโน้มการปฏิบัติงานเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ [3] แหล่งเหล่านี้เป็นระบบสหรัฐฯ จึงไม่ควรนำรหัสมาตรฐาน ระยะเวลา หรือข้อบังคับมาใช้แทน JCI, HA หรือข้อกำหนดวิชาชีพไทยโดยอัตโนมัติ

ข้อเสนอการนำไปใช้ในองค์กร

ข้อเสนอของ ICORP คือให้โรงพยาบาลทำแผนผังตั้งแต่รับคำขอ ตรวจแหล่งต้นทาง ประเมินขอบเขตที่ขอ ไปจนถึงผู้มีอำนาจอนุมัติและการสื่อสารให้หน่วยงานทราบ แฟ้มควรเชื่อมการตัดสินใจกับหลักฐานที่ใช้ และอธิบายได้ว่าหากขอทำงานใหม่จะทบทวนอย่างไร ทั้งหมดต้องออกแบบตามกฎหมาย ข้อบังคับวิชาชีพ และมาตรฐานที่โรงพยาบาลใช้จริง

ติดตามอะไรเพื่อให้เห็นผลจริง

การติดตามอาจดูสถานะการตรวจข้อมูล รายการที่รอการตัดสินใจ ความชัดเจนของสิทธิที่หน่วยงานเห็น และการนำข้อมูลผลงานกลับมาทบทวน ไม่ควรประเมินความสามารถจากปริมาณงานเพียงอย่างเดียว บทความนี้เสนอกรอบแยกกระบวนการ ไม่ได้กำหนดสิทธิให้บุคคลใดหรือรับรองว่าแฟ้มผ่านเกณฑ์ JCI/HA แล้ว

บทความเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาระบบคุณภาพ สังเคราะห์จากเอกสารอ้างอิงด้านล่าง ข้อเสนอการนำไปใช้เป็นแนวทางเชิงบรรณาธิการ ต้องปรับกับบริบทและนโยบายของสถานพยาบาล ไม่ใช่การตีความข้อกำหนด JCI/HA อย่างเป็นทางการหรือแนวทางรักษาผู้ป่วยรายบุคคล

ICORP CONSULTING

บริการที่ปรึกษา JCI และ HA

ประเมินช่องว่าง พัฒนาระบบคุณภาพ และเตรียมความพร้อมของทีมงาน

ดูบริการที่ปรึกษา →