HEALTHCARE & ACCREDITATION · ICORP
ความปลอดภัยการให้เลือด: เชื่อมการยืนยันผู้ป่วย การตามรอย และ Haemovigilance
บริหารความปลอดภัยตลอดห่วงโซ่การให้เลือด และนำข้อมูลเหตุการณ์กลับมาปรับระบบ ไม่หยุดที่การตรวจถุงเลือด
เหตุใดเรื่องนี้จึงสำคัญ
ความปลอดภัยในการให้เลือดขึ้นกับทั้งคุณภาพผลิตภัณฑ์และกระบวนการในโรงพยาบาล WHO อธิบายเส้นทางที่เชื่อมการสั่งเลือด การระบุผู้ป่วย การเก็บและติดฉลากตัวอย่าง การตรวจความเข้ากันได้ การขนส่ง การให้เลือด และการเฝ้าติดตาม [1] การตรวจเพียงจุดสุดท้ายจึงไม่เพียงพอจะบอกว่าทั้งเส้นทางไม่มีช่องโหว่
หลักฐานและขอบเขตที่ควรเข้าใจ
WHO อธิบาย haemovigilance ว่าเป็นการเฝ้าระวังความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ เพื่อค้นหา เรียนรู้ และป้องกันเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเลือด [2] คู่มือปี 2016 อธิบาย traceability ว่าต้องตามเส้นทางข้อมูลจากผู้บริจาคถึงผู้รับและย้อนกลับได้ พร้อมเชื่อมบันทึกแต่ละขั้น [3] แนวคิดนี้ไม่ได้หมายความเพียงว่ามีเลขถุงอยู่ในแฟ้ม แต่ต้องเชื่อมได้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นไปที่ใครหรือมีการจัดการสุดท้ายอย่างไร
ข้อเสนอการนำไปใช้ในองค์กร
ข้อเสนอของ ICORP คือให้ธนาคารเลือด หน่วยให้เลือด และทีมคุณภาพทบทวนรอยต่อร่วมกัน ตรวจวิธียืนยันผู้ป่วยและความสอดคล้องของข้อมูล ณ จุดปฏิบัติจริง รวมถึงเส้นทางเมื่อพบข้อมูลไม่ตรงหรือสงสัยปฏิกิริยาจากการให้เลือด ขั้นตอนทางคลินิกต้องเป็นไปตามนโยบายที่ผู้เชี่ยวชาญอนุมัติ ไม่ใช้บทความนี้กำหนดข้อบ่งชี้ ปริมาณ หรือวิธีรักษาปฏิกิริยา
ติดตามอะไรเพื่อให้เห็นผลจริง
องค์กรอาจทดสอบการตามรอยข้อมูลด้วยตัวอย่างบันทึกที่ควบคุมการเข้าถึง ทบทวน near miss ความคลาดเคลื่อนด้านตัวตน และความครบถ้วนของการแจ้งเหตุ โดยคำนึงว่าการรายงานมากขึ้นอาจเกิดจากการค้นพบดีขึ้น ผลการทบทวนควรนำไปแก้จุดเชื่อมระบบ ไม่ใช้จำนวนรายงานอย่างเดียวเป็นคำตัดสินว่าหน่วยงานปลอดภัยหรือไม่
บทความเพื่อการเรียนรู้และพัฒนาระบบคุณภาพ สังเคราะห์จากเอกสารอ้างอิงด้านล่าง ข้อเสนอการนำไปใช้เป็นแนวทางเชิงบรรณาธิการ ต้องปรับกับบริบทและนโยบายของสถานพยาบาล ไม่ใช่การตีความข้อกำหนด JCI/HA อย่างเป็นทางการหรือแนวทางรักษาผู้ป่วยรายบุคคล
เอกสารอ้างอิง
ICORP CONSULTING
บริการที่ปรึกษา JCI และ HA
ประเมินช่องว่าง พัฒนาระบบคุณภาพ และเตรียมความพร้อมของทีมงาน
ดูบริการที่ปรึกษา →